| 
WiMAX จากเทคโนโลยีสู่ธุรกิจสื่อสารไร้สายยุคใหม่ (ตอนที่ 1)
ปัจจุบัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผู้คนจำนวนมาก และยังคงมีแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อม ๆ กับขยายจำนวนของผู้ใช้บริการที่มีอยู่ทั่วโลก ในอีกมุมหนึ่ง รูปแบบการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไป จากการใช้งานเพื่อสนทนาระหว่างบุคคล ซึ่งอาจมีบริการเสริมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การโอนสาย (Call forwarding) การประชุมหลายสาย (Call conference) หรือการใช้บริการประเภท Audio Text ไปเป็นการสื่อสารข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดเสียงเรียกเข้า การรับส่งข้อมูลแบบ MMS (Multimedia Messaging Service) การท่องอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีการสื่อสารในรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับและส่งข้อมูลปริมาณสูงขึ้นในอนาคต |
|
เทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เองก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากสายตระกูลของเทคโนโลยีที่มีอยู่หลายตระกูล เช่น GSM หรือ CDMA แล้ว ในเทคโนโลยีสายตระกูลหนึ่ง ๆ เองก็มีการกำหนดมาตรฐานใหม่ ๆ ที่สามารถรองรับการสื่อสารข้อมูลที่มีอัตราเร็วสูงขึ้น พร้อมกับขีดความสามารถใหม่ ๆ เพื่อทำให้เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่กลายเป็นเครือข่ายสื่อสารมัลติมีเดียแบบไร้สาย อันเป็นที่รับรู้กันในชื่อของโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 (Third Generation Mobile หรือ 3G) และยุคต่อ ๆ ไป เช่น 4G
อย่างไรก็ตาม ความต้องการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายของผู้บริโภคทั่วโลก กลับมีการพัฒนาที่รวดเร็วยิ่งกว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากความแพร่หลายของบริการสื่อสารข้อมูลอัตราเร็วสูง ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อของการ สื่อสารแบบแถบสัญญาณกว้าง หรือ บรอดแบนด์ (Broadband communication) ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในเครือข่ายสื่อสารแบบใช้สาย ตัวอย่างที่พบเห็นกันก็คือ เทคโนโลยี DSL (Digital Subscriber Line) ที่สามารถรับส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็วสูงผ่านคู่สายโทรศัพท์ และมีบริการต่อเนื่องเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ การสื่อสารแบบมัลติมีเดีย ทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคย และตั้งความหวังกับเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายว่าจะต้องสามารถรองรับพฤติกรรมการใช้งานของตนได้เช่นเดียวกับการใช้งานเทคโนโลยีบรอดแบนด์ผ่านเครือข่ายสื่อสารแบบมีสาย ซึ่งในทางปฏิบัติ คุณลักษณะและข้อจำกัดต่าง ๆ ของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันยังไม่อาจตอบรับความต้องดังกล่าวได้
เทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายชนิดใหม่ ๆ นอกเหนือจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานสื่อสารข้อมูลปริมาณมากผ่านทางความถี่คลื่นวิทยุ พร้อมทั้งแก้ไขข้อจำกัดหลาย ๆ ประการที่มีอยู่ในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เทคโนโลยี WiMAX เป็นหนึ่งในทางเลือกดังกล่าว ซึ่งบทความชุดนี้จะกล่าวถึงความต้องการของตลาดสื่อสารไร้สาย รายละเอียดทางเทคนิค แนวทางในการทำธุรกิจ และการวางกลยุทธ์เพื่อให้บริการ WiMAX อย่างมีประสิทธิภาพ
ความคาดหวังต่อเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย
ในมุมมองของผู้ประกอบการเครือข่ายสื่อสารไร้สาย เทคโนโลยีที่สามารถตอบรับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ย่อมจะต้องสามารถทำให้ผู้ใช้บริการของตนสามารถรับส่งข้อมูลใด ๆ ก็ได้ (any information) โดยไม่ขึ้นกับเวลา (any time) และไม่ขึ้นกับสถานที่ (any place) และจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานในการรับส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็วที่สูงมาก อีกทั้งยังมีเสถียรภาพ ทำให้สามารถส่งผ่านข้อมูลโดยไม่เกิดความผิดพลาด หรือล่าช้า จนทำให้อรรถรสหรือสาระสำคัญของข้อมูลลดทอนไป นอกจากนั้นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายอัตราเร็วสูงที่ดี ยังจะต้องมีรูปแบบในการรับส่งสัญญาณเสียงที่ดีขึ้นเหนือกว่าการสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่ว ๆ ไป โดยรวมย่อมหมายความว่าจะต้องมีประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างสูงสุด

รูปที่ 1 พัฒนาการของเทคโนโลยีสื่อสาร
เมื่อพิจารณาถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย ซึ่งทั้งหมดใช้คลื่นวิทยุเป็นตัวกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้บริการโดยมีอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย เช่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ PDA (Personal Digital
Assistant) เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร กับเครือข่ายซึ่งมีสถานีฐาน (Base Station) หรือจุดเชื่อมต่อ (Access Point) เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารผ่านทางคลื่นวิทยุ จะเห็นว่านับตั้งแต่ พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นยุคที่โทรศัพท์เคลื่อนที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในแง่ของจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงประจวบกับการเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 2 (Second Generation Mobile) หรือ 2G อันมีมาตรฐาน GSM เป็นผู้ครองตลาดส่วนใหญ่ ในเวลาเดียวกันกับที่เทคโนโลยี LAN (Local Area Network) และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นตัวแทนของการสื่อสารแบบใช้สายมีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในยุคบรอดแบนด์เพื่อรองรับการสื่อสารที่มากกว่าเสียง รวมไปถึงการสื่อสารที่มีช่องทางเชื่อมต่ออัตราเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G รวมไปถึง Wi-Fi (Wireless Fidelity) ซึ่งเป็นพัฒนาการของเครือข่าย LAN ไปสู่โลกการสื่อสารไร้สาย และเทคโนโลยีสื่อสารอัตราเร็วสูงผ่านคู่สายโทรศัพท์อย่าง DSL ดังแสดงในรูปที่ 1 ความต่อเนื่องของทั้งสองยุคนี้ส่งผลให้จำนวนบริการประเภทใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

รูปที่ 2 ความหลากหลายของเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม รูปแบบการสื่อสารทั้งแบบไร้สายและแบบมีสาย ก็ยังไม่สามารถผนวกเข้าหากัน (Convergence) ได้อย่างสมบูรณ์ กล่าวคือ ในแง่ของอุปกรณ์สื่อสาร ผู้ใช้งานยังต้องมีอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ PDA รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คสามารถใช้งาน Wi-Fi แยกออกจากอุปกรณ์สื่อสารผ่านคู่สาย เช่น โมเด็ม เราท์เตอร์ (Router) หรือแม้กระทั่งโมเด็มแบบ DSL ในแง่ของบัญชีรายชื่อหรือการลงทะเบียนเพื่อเป็นลูกค้าผู้ใช้บริการ ก็ยังต้องแยกบัญชีหรืออาจถึงขั้นแยกผู้ให้บริการกันอย่างเด็ดขาด สิ่งเหล่านี้เองที่ก่อให้เกิดความต้องการให้ผนวกการเข้าถึง (Access) เครือข่ายต่าง ๆ ทั้งแบบมีสายและไร้สายอย่างเบ็ดเสร็จ โดยผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องเลือกหรือแม้กระทั่งสนใจว่าในสถานที่หนึ่ง ๆ หรือในเวลาหนึ่ง ๆ ตนจะต้องใช้งานผ่านเครือข่ายชนิดใดหรือของผู้ประกอบการรายใด และหากจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็น่าจะสามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารเพียงชิ้นเดียวในการจับใช้งาน
ได้ทุกเครือข่าย ประเด็นนี้เองที่ก่อให้เกิดการค้นคว้าและพัฒนาศาสตร์ด้านการผนวกเครือข่าย (Network Convergence) การผนวกบริการ (Service Convergence) และผนวกอุปกรณ์สื่อสาร (Terminal Convergence) ซึ่งเป็นกระแสการพัฒนาในขั้นตอนที่ 3 ตามรูปที่ 1
เฉพาะในด้านของเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายเอง ปัจจุบันมีมาตรฐานสื่อสารหลากหลายประเภทที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับความต้องการในการสื่อสารรูปแบบต่าง ๆ นอกเหนือจากการมีเพียงมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังเช่นในอดีต รูปที่ 2 แสดงให้เห็นว่านอกจากการสื่อสารไร้สายโดยใช้เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งยุค 2G ไปจนถึง 3G และการใช้เครือข่าย Wi-Fi ตามมาตรฐาน IEEE802.11a/b/g แล้ว ยังมีมาตรฐานสื่อสารแบบใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น WiMAX ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนด IEEE802.16 และมาตรฐาน IEEE802.20 ซึ่งทั้งสองเทคโนโลยีใหม่นี้สามารถรองรับการสื่อสารข้อมูลด้วยอัตราเร็วที่สูงมาก และต้องรับการจัดสรรความถี่คลื่นวิทยุเพิ่มเติมจากมาตรฐานเดิม ๆ ที่ได้มีการกำหนดย่านความถี่ใช้งานไว้แล้ว บางเทคโนโลยียังมีจุดเด่นในเรื่องของระยะครอบคลุมจากสถานีฐานที่แม้จะใช้งานที่ความถี่สูงและรองรับอัตราเร็วในการสื่อสารสูงมาก ๆ แต่ก็ยังสามารถรักษาระยะทางได้มากเท่า ๆ กับการสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่

รูปที่ 3 ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ให้บริการของเครือข่ายสื่อสารไร้สายกับต้นทุน
ในมุมมองของผู้ประกอบการ หรือผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารไร้สาย การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายยังถือว่าไม่เพียงพอ หากแต่ยังต้องพิจารณาถึงย่านความถี่ใช้งานและรูปแบบแนวทางการวางเครือข่ายสื่อสารให้เหมาะสมกับการกระจายของผู้ใช้บริการ เป็นที่ทราบกันดีว่าพฤติกรรมการแพร่กระจายของคลื่นวิทยุที่มีความถี่สูงย่อมได้รับผลกระทบจากสัญญาณรบกวน ซึ่งแปรผันโดยตรงกับระยะทางมากกว่าการส่งกระจายคลื่นด้วยความถี่ที่ต่ำกว่า รูปที่ 3 แสดงให้เห็นว่ารัศมีหรือพื้นที่ให้บริการของเครือข่ายสื่อสารไร้สายจะยิ่งลดลงเมื่อนำไปส่งด้วยความถี่ที่มีค่าสูงขึ้น นอกจากนั้นการติดตั้งสถานีฐานหรือจุดเชื่อมต่อภายในเขตเมืองที่มีจำนวนประชากรหรือผู้ใช้บริการหนาแน่น ก็มักนิยมติดตั้งให้ถี่ เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานรับส่งข้อมูลที่น่าจะมีอยู่มาก ทำให้ต้องปรับลดกำลังส่งของสถานีฐานลง อันเป็นเหตุให้พื้นที่ใช้งานยิ่งลดลงมากกว่าการติดตั้งสถานีฐานชนิดเดียวกันในบริเวณชานเมือง หรือแม้กระทั่งนอกเมือง ซึ่งมีความหนาแน่นของผู้ใช้งานต่ำลง ในทางปฏิบัติผู้ประกอบการจึงมักหลีกเลี่ยงที่จะใช้ความถี่สูงมาก ๆ ในการให้บริการ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อเงินลงทุนโดยตรง ทำให้ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์สถานีฐานหรือจุดเชื่อมต่อมากกว่าผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานความถี่ต่ำกว่า
โดยทั่วไปความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายประเภทต่าง ๆ นั้นมักจะมีมากเกินกว่าที่ขีดความสามารถของเครือข่ายเอง เทคโนโลยีหลายชนิดที่ได้รับการสร้างขึ้นด้วยหลักการที่ดีทางวิศวกรรม แต่ไม่สามารถพัฒนาต่อไปเป็นสินค้าในเชิงพาณิชย์ได้ หรือแม้เป็นสินค้าในเชิงพาณิชย์แล้วแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จในทางการตลาด
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความคาดหวังที่มากเกินไปของผู้บริโภค ซึ่งรูปที่ 4 แสดงถึงวัฏจักรความคาดหวัง หรือ Hype Circle ซึ่งเริ่มจากการกระตุ้นหรือเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่โดยผู้ผลิต (Technology trigger) อันจะส่งผลให้เกิดกระแสการกล่าวถึงและมีความคาดหวัง (Peak of Inflated Expectation) ในเทคโนโลยีนั้น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการคาดหวังที่มากการที่เทคโนโลยีในขณะนั้นจะพึงให้ได้ อันจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกผิดหวังและไม่ศรัทธาในเทคโนโลยีนั้น (Trough of Disillusionment) หลาย ๆ เทคโนโลยีอาจได้รับการพัฒนามากขึ้น พร้อม ๆ กับมีการประชาสัมพันธ์ในทิศทางที่ถูกต้อง ประจวบกับความพร้อมของปัจจัยเกื้อหนุนหลาย ๆ ประการ จนทำให้ผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยและค่อย ๆ ยอมรับ (Slope Enlightment) และกลายเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตัว (Plateau of Productivity) ในที่สุด ดังเช่นเทคโนโลยี Wi-Fi มาตรฐาน IEEE802.11a/b/g ที่ปัจจุบันได้รับการติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ในอดีตเคยถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ

รูปที่ 4 วัฏจักรความคาดหวังของผู้บริโภคในเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย
(ข้อมูล Hype Circle for Wireless Network, 2004 จาก Gartner Inc. )
ประเด็นสำคัญก็คือวัฏจักรความคาดหวังในรูปที่ 4 ซึ่งสะท้อนภาพเหตุการณ์ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2547 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี WiMAX กำลังอยู่ในช่วงที่ได้รับการถึงและมีการคาดหวังมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเวลานั้น WiMAX ยังไม่สามารถรองรับการสื่อสารในขณะกำลังเคลื่อนที่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีการผลิตอุปกรณ์เครือข่ายหรือแม้กระทั่งเครื่องลูกข่ายในเชิงพาณิชย์ทั้งสิ้น ผลที่ตามมาก็คือการเสื่อมศรัทธาในเทคโนโลยีดังกล่าว ในช่วงเวลานั้น บริษัท Gartnet Inc. ซึ่งเป็นทางผู้จัดทำเส้นวัฏจักรความคาดหวัง จึงจัดให้เทคโนโลยี WiMAX อยู่ในกลุ่มที่ต้องใช้เวลาประมาณ 2-5 ปี กว่าที่จะได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จในตลาดโทรคมนาคม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ย่อมหมายความว่าเทคโนโลยี WiMAX จะเริ่มได้รับการยอมรับตั้งแต่ พ.ศ. 2549 และน่าจะประสบความสำเร็จจนกลายเป็นมาตรฐานการสื่อสารไร้สายอีกชนิดหนึ่งที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดภายใน พ.ศ. 2552 และในความเป็นจริงนั้น อุปกรณ์เครือข่ายและเครื่องลูกข่าย WiMAX ก็เริ่มมีการจำหน่ายและได้รับการติดตั้งในเครือข่ายของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2549 จึงมีความเป็นไปได้ที่ WiMAX กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นมาตรฐานสื่อสารไร้สายสากลภายในเวลาไม่นานนัก
ภาพรวมของมาตรฐานเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย
แม้เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายส่วนใหญ่ในยุคแรกจะอยู่ในรูปของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีการพัฒนาต่อเนื่องจากยุค 2G สู่ยุค 2.5G และเข้าสู่ยุค 3G ซึ่งรองรับการสื่อสารแบบมัลติมีเดียในขณะผู้ใช้งานกำลังเคลื่อนที่ แต่ยังมีมาตรฐานสื่อสารไร้สายชนิดอื่น ๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นทั้งในช่วงเวลาเดียวกับการเติบโตของมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ และที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในภายหลัง นอกจากนั้นแม้มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในสายตระกูล GSM ซึ่งเป็นมาตรฐานของ ETSI (European Telecommunication Standards Institute) แห่งสหภาพยุโรปจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในโลก แต่มาตรฐานสื่อสารไร้สายอื่น ๆ ที่สำคัญก็เป็นผลงานของสหรัฐอเมริกาแทบทั้งสิ้น องค์กรสำคัญที่ทำหน้าที่ออกแบบและวางข้อกำหนดทางวิศวกรรมไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาคือ IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineer) ได้วางมาตรฐานเทคนิคการสื่อสารไร้สายที่สำคัญ เช่น IEEE 802.11 ซึ่งต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นเทคโนโลยี Wi-Fi จัดว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีประเภท WLAN (Wireless LAN) ที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวางในลักษณะของเครือข่ายเฉพาะพื้นที่ (LAN หรือ Local Area Network) นอกจากนี้ยังเป็นผู้วางข้อกำหนดมาตรฐาน IEEE 802.15 หรือ Bluetooth ที่กลายเป็นเทคโนโลยีไร้สายสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในระยะใกล้ (PAN หรือ Personal Area Network) และในปัจจุบันกับมาตรฐาน WiMAX ภายใต้ข้อกำหนด IEEE 802.16 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายในพื้นที่กว้าง (MAN หรือ Metropolitan Area Network) ซึ่งในอนาคตอันใกล้ IEEE จะออกข้อกำหนด IEEE 802.20 เพื่อใช้สำหรับการสื่อสารในลักษณะเดียวกับเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเซลลูลาร์โดยทั่วไป (WAN หรือ Wide Area Network) รายละเอียดดังแสดงในรูปที่ 5

รูปที่ 5 มาตรฐานเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายประเภทต่าง ๆ ภายใต้การกำกับดูแลของ IEEE และ ETSI
เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายชนิดต่าง ๆ ล้วนมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของอัตราเร็วในการสื่อสารข้อมูล และระยะครอบคลุม ทั้งนี้สามารถจัดแบ่งกลุ่มของเทคโนโลยีเหล่านี้โดยพิจารณาจากคุณลักษณะทั้ง 2 ประการข้างต้น ออกได้ดังแสดงในรูปที่ 6 โดยในกลุ่มของเทคโนโลยีสื่อสารที่ให้อัตราเร็วในการสื่อสารต่ำนั้น ประกอบไปด้วย เทคโนโลยี Bluetooth ซึ่งมีระยะทางในการใช้งานไม่มากนัก เหมาะสำหรับการรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สื่อสารหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ในระยะทางไม่กี่เมตร ในขณะที่เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดก็จัดอยู่ในกลุ่มดังกล่าวเช่นเดียวกัน หากแต่มีความสามารถรองรับการสื่อสารในระยะทางไกลมากขึ้น โดยเทคโนโลยี 3G ซึ่งรองรับการสื่อสารด้วยอัตราเร็วที่สูงกว่าย่อมจะมีรัศมีหรือพื้นที่ให้บริการแคบกว่าเทคโนโลยี 2.5G และ 2G ซึ่งมีขีดความสามารถในการรับส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็วที่ลดต่ำลงไปตามลำดับ ทั้งนี้ในบางสถาบันมักนิยามว่าอัตราเร็วที่ถือว่าต่ำกว่าย่านบรอดแบนด์คือ 512 กิโลบิตต่อวินาที ดังนั้นมาตรฐานหรือเทคโนโลยีสื่อสารชนิดใดที่มีอัตราเร็วในการรับส่งข้อมูลต่ำกว่าค่าดังกล่าวก็จะถือว่าเป็นกลุ่มที่มีอัตราเร็วในการสื่อสารต่ำ (Narrow-band Communication) โดยปริยาย

รูปที่ 6 เปรียบเทียบอัตราเร็วในการสื่อสารข้อมูลกับระยะทางในการสื่อสารของเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายประเภทต่างๆ
สำหรับกลุ่มที่เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายแบบบรอดแบนด์นั้น ประกอบไปด้วยกลุ่มที่ออกแบบให้ใช้งานประจำที่ ซึ่งได้แก่การสื่อสารผ่านดาวเทียม เทคโนโลยีการสื่อสารแบบ MMDS (Multichannel Multipoint Distribution System) และ LMDS (Local Multipoint Distribution System) โดยผู้ใช้งานไม่สามารถรับส่งสัญญาณได้ในขณะเคลื่อนที่ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มที่สามารถใช้งานและเคลื่อนที่ได้ในระยะทางจำกัด ซึ่งก็คือเทคโนโลยี Wi-Fi (มาตรฐาน IEEE 802.11a/b/g) ที่มีรัศมีทำการโดยทั่วไปไม่เกิน 100 เมตร และกลุ่มสุดท้ายก็คือเทคโนโลยีที่สามารถกระจายสัญญาณไปได้เป็นระยะทางไกล ๆ เช่น การสื่อสารมวลชนแบบดิจิตอล (Digital Broadcasting) อันได้แก่ มาตรฐาน DMB (Digital Multimedia Broadcasting) และ DVB (Digital Video Broadcasting) รวมไปถึงเทคโนโลยี WiMAX ซึ่งแม้จะจัดให้ WiMAX เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายแบบบรอดแบนด์และรองรับการสื่อสารในระยะทางไกล ๆ แต่ในทางเทคนิค ข้อกำหนดของเทคโนโลยี WiMAX ในระยะแรก ๆ ( มาตรฐาน IEEE 802.16a/d) ก็ยังจำกัดการให้บริการให้เป็นแบบประจำที่ โดยผู้ใช้งานไม่สามารถเคลื่อนที่ไปมาในขณะรับส่งสัญญาณกับสถานีฐาน WiMAX ได้ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการพัฒนามาตรฐาน WiMAX อีกระยะหนึ่งจนกว่าจะสามารถรองรับการสื่อสารแบบเคลื่อนที่ได้ (มาตรฐาน IEEE 802.16e)
อนึ่งในทางปฏิบัตินิยมเรียกบรรดาเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย ที่มีอัตราเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงในระดับบรอดแบนด์ และมีพื้นที่ให้บริการกว้างว่า Broadband Wireless Access เรียกโดยย่อว่า BWA ซึ่งเทคโนโลยี WiMAX ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของเทคโนโลยี BWA นั่นเอง
| อ่านต่อ |
|
|
| |
หน้าที่ 1 |
WiMAX จากเทคโนโลยีสู่ธุรกิจสื่อสารไร้สายยุคใหม่
ความคาดหวังต่อเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย
ภาพรวมของมาตรฐานเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย |
| |
หน้าที่ 2 |
เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G กับการสื่อสารอัตราเร็วสูง
เทคโนโลยีทางเลือกสำหรับบริการ Broadband Wireless Access |
| |
หน้าที่ 3 |
เทคโนโลยี Wi-Fi กับข้อจำกัดในทางปฏิบัติ |
| |
หน้าที่ 4 |
เทคโนโลยี WiMAX กับการเริ่มต้นของยุค Broadband Wireless Access
WiMAX กับเทคโนโลยี Wi-Fi และ 3G |

บทความโดย อ.ไพโรจน์ ไววานิชกิจ - เว็บไซต์ http://www.pairoj.com
แสดงความเห็นกับบทความ WiMAX จากเทคโนโลยีสู่ธุรกิจสื่อสารไร้สายยุคใหม่ (ตอนที่ 1)
|